ปวดคอ-บ่า (Neck and shoulder pain)

“ปวดคอ ปวดบ่า ทานยา หายปวด หยุดยาอาการกำเริบ
เป็นหนักมากขึ้น ทานยาก็เอาไม่อยู่ ฉีดยาก็ไม่หาย ลองใช้วิธีผึ้งบำบัดดูซิครับ”

คนส่วนใหญ่มักเคยมีอาการปวดคอ บ่ากันมาบ้างแล้ว ซึ่งมักจะเริ่มจากอาการปวดเมื่อยต้นคอ เป็นๆหายๆ ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณบ่าและคอหดเกร็งจากการใช้งานที่ไม่ถูกวิธี หากอาการกำเริบมากขึ้น ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดร้าวบริเวณสะบัก ร้าวมาที่อกด้านหน้า ปวดลงต้นแขน ในบางรายที่เป็นที่ปล่อยเรื้อรังมากเข้ามักมีอาการปวดร้าวชาลงแขน นอกจากนี้ยังส่งผลให้มีอาการปวดศีรษะ ซึ่งอาการปวดมักจะเริ่มปวดตึงจากท้ายทอย แล้วปวดลามไปที่ขมับข้างเดียวหรือปวดทั้งสองข้างก็ได้ ผู้ป่วยหลายคนมักจะซื้อยาแก้ปวดต่างๆ เช่น Ibuprofen หรือยาคลายกล้ามเนื้อ Diclofenacมาทานเอง โดยทั่วไปมักจะดีขึ้นเมื่อทานยา พอหยุดยาอาการปวดมักกำเริบขึ้นหนักกว่าเดิม

สาเหต

ส่วนใหญ่เกิดจากอริยาบถต่างๆในชีวิตประจำวัน เช่น การนั่งทำงานหรือใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานรวม การนอนหมอนสูงเกินไป นั่งหลับเป็นเวลานาน ใช้คอหนีบโทรศัพท์ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากอุบัติเหตุซึ่งทำกล้ามเนื้อคอบิด สะบัด อย่างแรงและรวดเร็วทันที ซึ่งเรียกว่า วิพแลช (Whiplash) จะส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อต่อที่คอทันที

โรคและภาวะต่างๆที่ทำให้มีอาการปวดคอ และบ่า ได้แก่ ข้ออักเสบ(Arthritis) โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) โรคปวดกล้ามเนื้อ Fibromyalgia และหมอนรองกระดูกคอเคลื่อน (Herniated cervical disk) เป็นต้น

รักษาอาการปวดคอ และบ่าด้วยผึ้งบำบัด

เริ่มต้นด้วยการใช้ศาสตร์การแพทย์ทางเลือก อาทิเช่น การจัดกระดูก ครอบแก้ว ฝังเข็ม หลังจากนั้นจึงใช้วิธีการฝังเข็มด้วยเหล็กในผึ้ง ตามจุดเจ็บ รวมทั้งจุดฝังเข็มตามแบบแพทย์จีน เริ่มแรกจะใช้ผึ้งประมาณ 1-3 ตัว หลังจากนั้นจึงเพิ่มปริมาณของผึ้งตามความเหมาะสม โดยสารHistamineในพิษผึ้งจะก่อให้เกิดอาการปวด บวม แดง ร้อน ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณที่มีอาการปวดมากขึ้น ตรงกับหลักการรักษาโรคด้วยวิธี Homeopathy หรือพิษต้านพิษ คือวิธีการรักษาที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราให้ต่อสู้กับโรคนั้นๆ

หลังจากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจะทำให้อาการปวดบริเวณคอ และบ่าลดลง สามารถเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวบริเวณคอ และบ่าได้มากขึ้น รวมอาการปวดศีรษะ และอาการปวดร้าวชาลงแขนจะลดลง ในผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังได้

ระยะเวลาในการรักษา

ในการรักษาอาการปวดคอ และบ่าโดยวิธีผึ้งบำบัด ผู้ป่วยควรมารับการรักษาต่อเนื่อง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง โดยทั่วไปจะใช้ระยะเวลาในการรักษาอยู่ที่ประมาณ 8-10 ครั้ง ทั้งนี้ระยะเวลาการรักษาจะขึ้นอยู่กับอายุของโรค รวมทั้งการดำรงชีวิตของผู้ป่วยด้วย


สารพันคำถามจากผู้ป่วย

การรักษาอาการปวดคอ และบ่า โดยใช้ผึ้งต่อยเจ็บไหม?

ตอบ การบำบัดด้วยผึ้งในครั้งแรกผู้ป่วยจะรู้สึกปวดบ้างในบางจุด แล้วแต่ลักษณะการใช้ผึ้งบำบัด ในการรักษาครั้งต่อๆไป อาการปวดจากการต่อยผึ้งต่อยจะทุเลาลงครับ

หากมีอาการปวดคอ บ่า สะบัก ร่วมกับอาการปวดชาลงแขน จะสามารถรักษาได้ไหม ?

ตอบ จากประสบการณ์พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มี อาการปวดคอ บ่า สะบัก และร้าวชาลงแขน มักมีอาการปวดคอ และบ่าเป็นๆหายๆ มานานมากกว่า 6 เดือน ซึ่งในกรณีนี้หากผู้ป่วยมารับการรักษาต่อเนื่อง ปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอ ผลการรักษาในผู้ป่วยส่วนใหญ่ อาการปวดจะบรรเทาลงจนไม่พบอาการปวดเลย

เรียบเรียงโดย Big bee clinic
การรักษา
ไมเกรน
รูมาตอยด์
เกาต์
ปวดหลัง
ปวดเข่า
ปวดกล้ามเนื้อต่างๆ
นิ้วล็อค
ภูมิแพ้
ริดสีดวง
บทความผึ้งบำบัด
ประวัติผึ้งบำบัด
นิยามผึ้งบำบัด
การรักษาผึ้งบำบัด
ผึ้งโพรงพันธุ์อิตาเลียน
พิษของผึ้ง
น้ำผึ้ง
เกสรผึ้ง
นมผึ้ง
พรอพอริส
บทความแพทย์ทางเลือก
ฝังเข็ม
ครอบแก้ว
กวาซาพิษผึ้ง
นวดกดจุดบำบัด
รมยา
ยืดเส้น
ไพต่า
การตรวจสุขภาพผ่านม่านตา
Copyright © 2012 BigBee Clinic. All Rights Reserved. Power by BigBee Farm.