ไมเกรนคืออะไร?

   ไมเกรนคืออาการปวดศีรษะที่มีลักษณะเฉพาะคือ อาการปวดศีรษะข้างเดียวสามารถเริ่มเป็นได้ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา หรือเริ่มจากปวดเพียงข้างเดียวก่อนแล้วจึงปวดทั้ง2ข้าง ลักษณะอาการปวดนั้นจะมีทั้งปวดแบบตุบๆตามจังหวะชีพจร ปวดหน่วง หรือปวดเหมือนโดนเข็มแทง ระดับความรุนแรงของอาการปวดจะอยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรงมาก อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย โดยระยะเวลาของการปวดแต่ละครั้ง จะมากกว่า 1 ชั่วโมง แต่จะไม่เกิน 24-72 ชั่วโมง

   ในปัจจุบันมีการวิจัยถึงสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคไมเกรน คือ การขยายตัวของหลอดเลือดแดงบริเวณศีรษะจึงทำให้มีอาการปวด จึงทำให้เวลาปวดศีรษะจะรู้สึกปวดตุบๆตามจังหวะชีพจร ซึ่งเกิดจากการเสียสมดุลของสารซีโรโทนิน ซึ่งส่งผลทำให้หลอดเลือดแดงขยายตัวมากจน

 
อาการปวดก่อนการรักษา

สิ่งกระตุ้นที่ทำให้มีอาการปวดหัวไมเกรน ได้แก่ ความเครียด นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ เสียงดัง แสงจ้า อาการร้อนจัดหรือเย็นจัด การทานอาหารไม่ตรงเวลา เป็นต้น



รู้หรือไม่?การใช้พิษผึ้งสามารถรักษาโรคไมเกรนได้

เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่ได้ยินเรื่องผึ้งบำบัดรักษาไมเกรน อาจมีความคิดที่ว่า”ตอนนี้แค่ปวดศีรษะก็มากพออยู่แล้วทำไมยังต้องต่อยผึ้งให้เจ็บอีก?” ทางคลินิกขอแถลงไขเรื่องคำถามดังกล่าวว่าเพราะอะไร เป็นไมเกรนจึงต้องมารักษาด้วยผึ้งบำบัด

ในปัจจุบันทางแพทย์แผนตะวันตกได้ชี้แจงว่า กลไกการเกิดโรคของไมเกรนนั้นเกิดจากความผิดปกติของสาร ”ซีโรโทนิน(Serotonin)” ที่ควบคุมเกี่ยวกับการหดและขยายตัวของหลอดเลือดแดง และเป็นสารที่เชื่อมโยงกับความเจ็บปวดจากทั่วร่างกายโดยตรง ดังนั้นเมื่อมีอาการปวดศีรษะไมเกรนจะรู้สึกว่าบริเวณที่ปวดมากจะมีความรู้สึกปวดตุบๆตามจังหวะชีพจร จึงอนุมานได้ว่าอาการปวดนั้นมาจากการขยายตัวที่มากเกินไปของหลอดเลือดแดงบริเวณศีรษะ จนไปส่งผลกระทบกับเส้นประสาทและเนื้อเยื่อโดยรอบบริเวณศีรษะจนเกิดอาการปวดตามมา ซึ่งมาจากการพร่องหรือเสียสมดุลของสาร “ซีโรโทนิน(Serotonin)”

ยารักษาในปัจจุบันคือยาในกลุ่ม “Ergotamine” ซึ่งจะช่วยรักษาในช่วงเวลาที่มีอาการปวด ไมเกรนเท่านั้น โดยจะทำให้หลอดเลือดแดงหดตัวลง ทำให้อาการปวดหายไปชั่วคราว จึงต้องทานทุกครั้งที่มีอาการปวด ซึ่งยังไม่ตอบโจทย์ในด้านการป้องกันโรคไมเกรนที่จะกลับมาปวดอยู่เสมอในอนาคต ซึ่งหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานหรือไม่ระมัดระวังเรื่องโรคประจำตัว อาจส่งผลข้างเคียงที่อันตรายถึงชีวิต เช่น หลอดเลือดในสมองตีบ หัวใจขาดเลือด ความดันสูง ปลายมือปลายเท้าเน่า เป็นต้น

หากแต่ปัจจุบันมีการค้นพบว่าในพิษผึ้งนั้นมีองค์ประกอบของสารชีวภาพหลากหลายชนิดรวมถึง ”เซโรโทนิน(Serotonin)”ที่มีคุณสมบัติสั่งการให้หลอดเลือดหดตัวลง จึงทำให้อาการปวดหัวลดลง ทั้งยังมีความสามารถในการต้านการอักเสบและลดอาการปวดได้เป็นอย่างดี ทางคลินิกจึงนำมาปรับประยุกต์ใช้เพื่อการบำบัดรักษาโรคไมเกรน และผนวกกับการรักษาแบบองค์รวมของแพทย์แผนทางเลือก ที่เข้ามามีบทบาทในการปรับสมดุลหยิน-หยาง ทะลวงเส้นลมปราณ และการระบายแกร่งเสริมพร่อง เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ


ใช้เหล็กในผึ้งแบบถอดจิ้มตามจุดลมปราณในผู้ป่วยที่มี
อาการปวดศีรษะ แบบสลับข้าง และปวดขมับ เบ้าตา
 
ใช้ผึ้งต่อยตามจุดลมปราณแก้อาการปวดศรีษะ
แบบนอนไม่หลับ และตาพร่าตาลาย
การรักษา
ไมเกรน
รูมาตอยด์
เกาต์
ปวดหลัง
ปวดเข่า
ปวดกล้ามเนื้อต่างๆ
นิ้วล็อค
ภูมิแพ้
ริดสีดวง
บทความผึ้งบำบัด
ประวัติผึ้งบำบัด
นิยามผึ้งบำบัด
การรักษาผึ้งบำบัด
ผึ้งโพรงพันธุ์อิตาเลียน
พิษของผึ้ง
น้ำผึ้ง
เกสรผึ้ง
นมผึ้ง
พรอพอริส
บทความแพทย์ทางเลือก
ฝังเข็ม
ครอบแก้ว
กวาซาพิษผึ้ง
นวดกดจุดบำบัด
รมยา
ยืดเส้น
ไพต่า
การตรวจสุขภาพผ่านม่านตา
Copyright © 2012 BigBee Clinic. All Rights Reserved. Power by BigBee Farm.